วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568

บี้เผิงโกว ... สวิตเซอร์แลนด์แห่งเสฉวน

 ++ ปี้เผิงโกว...สวิตเซอร์แลนด์แ่งเสฉวน ++


 


บล๊อกเที่ยวเฉิงตูหน้าหนาววันนี้ เป็นการเดินทางวัน 3 แล้ว (1 ธค. 2567) วันนี้จะพาไปชมความงามของธรรมชาติในอุทยาน ปี้เผิงโกว ซึ่งว่ากันว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งแดนเสฉวนเลยทีเดียว... หลังจากบล๊อกที่แล้ว เราพาไปเที่ยวชมความงามของ เขาสี่ดรุณี ที่อุทยานฉางผิงมาแล้ว วันนี้มาต่อด้วยการชมธรรมชาติหน้าหนาวที่ปี้เผิงโกวกันต่อครับ

เช่นทุกที่การเข้าชมอุทยานในจีนปัจจุบันจะไม่อนุญาติให้เอารถส่วนตัวเข้าไปครับ เขาจะมีรถบัส รถตู้ไว้บริการ แต่ต้องซื้อบัตร แล้วเอาบัตรหรือพาสปอร์ตสแกนเข้าประตูซึ่งจะง่ายต่อการควบคุมจำนวนประชาชน อย่างอุทยานจิ่วจ้ายโกวปัจจุบัน เขาจะอนุญาตินักท่องเที่ยวเข้าไปวันละ 41,000 คนเท่านั้น...ที่อุทยานปี้เผิงโกวนี่ก็เช่นกันต้องสแกนเข้าแล้วไปรอขึ้นรถบัสอีกทีเพื่อเข้าไปด้านใน ... วันนี้เรามาในช่วงบ่ายจึงมีเวลาเที่ยวแค่ครึ่งวันเท่านั้น.
 


บัสพาเข้าอุทยาน




อุทยานแห่งชาติปี้ผิงโกว ตั้งอยู่ที่เมืองเม่าเสี้ยน พื้นที่ของอุทยานกว้างขวาง มีทัศนียภาพอันสวยงามของธรรมชาติที่หลากหลาย ภายในยังมีทะเลสาบกว้างใหญ่ ซึ่งไหลมาจากภูเขาหิมะที่สูงใหญ่ ...อุทยานปี้เผิงโกว หรือ Bipenggou เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 4A ของจีน ตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตเชียงอาป้า (Aba Tibetan and Qiang Autonomous Prefecture) ทางตอนเหนือของมณฑลเสฉวน

 


ทะเลสาบที่ใสยังกะกระจก ... ได้ภาพสะท้อนสวยงามแบบนี้


อุทยานจะมีค่าเข้า+บัสคันแรก 90 หยวน (เดินทางขึ้นเขาประมาณ 45 นาทีโดยรถบัสแบบ Hop on - Hop off) จะเจอสถานีแรก รถบัสจะจอดให้ลงไปเก็บภาพ และไปขึ้นบัสอีกเส้นทาง (ยังรวมค่าตั๋วเดิมอยู่) แนะนำเก็บภาพแปบเดียว เพื่อต่อรถขึ้นต่อไป จากนั้นจะมีบัสไฟฟ้า เสียตังอีกสถานีละ 30 หยวน สองเที่ยว เก็บตั๋วไว้สำหรับขากลับด้วยนะ แนะนำให้ขึ้นไปถึงสถานีบนสุดก่อน และค่อยไล่เก็บลงมา (ถ้าไปเที่ยวเอง) ... เราสบายๆ นั่งบัสคันใหญ่ไปลงที่จุดแรก แล้วต่อบัสเล็กที่ทางทัวร์จัดให้ครับ

วิว จะเป็นภูเขาหิมะ อลังการ ผสมกับแอ่งน้ำ ลำธาร เที่ยวทั้งวันก็ไม่เบื่อ .... ชมภาพและบรรยากาศของ ต้นเดือน ธันวาคม 2024 กันเลย
 





มีสะพานเดินชมทะเลสาบ






น้ำตกจากทะเลสาบ









ด้านหลังภาพปกติจะเป็นน้ำตก แต่วันนี้น้ำแข็งตัวหมดแล้ว



ผิวน้ำในทะเลสาบกำลังกลายเป็นน้ำแข็ง
 
หน้าหนาวที่อุทยานปี้เผิงโกว (ธันวาคม - กุมภาพันธุ์)  ....  ฤดูนี้อากาศหนาวเย็นมาก อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ -5 ถึง 3 องศาเซลเซียส มีหิมะตกสะสมหนาถึง 60 เซนติเมตร (ช่วงไปเพิ่งละลาย) หุบเขากลายเป็นดินแดนหิมะ ต้นไม้ถูกปกคลุมด้วยสีขาว วิวทิวทัศน์สวยงามเหมือนไม่มีอยู่จริง ในฤดูนี้นักท่องเที่ยวสามารถสนุกไปกีฬาในฤดูหนาว และเพลิดเพลินกับน้ำพุร้อนได้ ทางเดินบางส่วนก็อาจมีหิมะหรือน้ำแข็งปกคลุม สามารถเดินได้ แต่ควรสวมรองเท้าที่เหมาะกับการลุยหิมะด้วย
 








ใต้สะพานนี้หน้าร้อนน่าจะเป็นลำน้ำ



น้ำในทะเลสาบมีหิมะปกคลุม และกลายเป็นน้ำแข็ง









น้ำกำลังแข็งตัวหมด .... เวลาเดินชมต้องระวังมากก

การได้มองดูยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมและฐานที่มองเห็นป่าสน เขียวบ้าง แดงบ้าง ก็สวยงามน่าชมไปอีกแบบ เดินดูและเก็บภาพไปแบบไม่เบื่อ แม้จะรู้สึกหนาวกับอากาศที่ต่ำเรี่ยๆจุดเยือกแข็งก็ตาม ... เรามีเวลาเดินเที่ยวที่นี่ประมาณครึ่งวัน บอกได้เลยว่าประทับใจ ก่อนที่เราจะนั่งมินิบัสกลับลงมาที่ศุนย์จอดรถบัสใหญ่และทานมื้อเที่ยงที่ภัตราคารของอุทยาน แล้วเดินทางกลับออกไปจากอุทยานเพื่อไปขึ้นรถบัสท่องเที่ยวของเราออกจากอุทยานเพื่อเดินทางสู่เมืองเม่าเสี้ยน และเข้าพักที่ Maoxian International Hotel พักเอาแรงเตรียมความพร้อมไปเที่ยวต่อที่ อุทยานโหมนี่โกว ในวันพรุ่งนี้ อย่าลืมตามอ่านนะครับ



มีลานฝึกเล่นสกีด้วย















ลานหิมะ
















​​​​​​

ลาด้วยภาพนี้ครับ



________________

วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2568

เขาสี่ดรุณี ... มณฑลเสฉวน ประเทศจีน

 

 
การเดินทางของเราที่เฉิงตูวันนี้เข้าวันที่ 2 จาก 7 วัน ซึ่งวันนี้เรามีโปรแกรมไปเที่ยวที่ เขาสีดรุณี ซึงต้องเดินทางจากตูเจียงเยี่ยน นครเฉิงตูประมาณ 4 ชั่วโมงเลยล่ะ ... การเดินทางด้วยรถบัสนำเที่ยวที่ต้องลัดเลาะไปตามหุบเขา เลียบแม่น้ำที่ละลายจากภูเขาหิมะ บางช่วงต้องลอดอุโมงค์กว่า 7 กม.  ชอบถนนในประเทศจีนสมัยใหม่นี้มาก เพราะหลายๆช่วงเขาตัดผ่านเขาโดยเจาะอุโมงค์ซึ่งทำให้รถไม่ปีนมาก ... รถวิ่งจากระดีบความสูง 500 เมตรที่นครเฉิงตู ปีนขึ้นเรื่อยๆจนถึงระดับ 3700 เมตร ก่อนจะถึงทางเข้าอุทยาน..



พักเข้าห้องน้ำระหว่างทางที่เป็นของเอกชน...ก็ยังเป็นแบบรางเหมือนเดิม...ป้ายเก๋ดีมีแพนด้าด้วย

การเดินทางแบบยาวๆนี่้ สำหรับคนไทยแล้วต้องอยากเข้าห้องน้ำแน่นอน ถ้าเป็นทางด่วนของรัฐบาลนานๆจะมี Service Area แบบที่บางประกงบ้านเราเหมือนกัน และห้องน้ำค่อนข้างดี สะอาดด้วย ... แต่ถ้าเป็นของเอกชน ก็ยังแบบเดิมๆที่ทุกท่านมีข้อมูล เอาน่ะพอแก้ขัดได้ สำหรับผู้หญิงก็ต้องลืมความอายไว้ที่บ้านเราล่ะ ... ตรงนี้ก็เหมือนกัน รถทัวร์แวะจอดให้ระบายโดยจ่ายคนละ 1 หยวน (ซึ่งก็ประมาณนี้ สำหรับของเอกชน) ออกมาจากห้องน้ำ ก็เจอวิวาสวยๆ ธารน้ำใสๆเขียว ยอดเขาที่คลุมด้วยหิมะ ทำให้พอลืมสภาพห้องน้ำได้ครับ



ทางเข้าอุทยาน

ภูเขาสี่ดรุณี หรือ ชื่อในภาษาจีน ซื่อกูเหนียงซาน (Siguniangshan) หากแต่ชาวทิเบตเรียกขานกันในนามแห่งเทพศักดิ์สิทธิ์  "Skola"   ซึ่งแปลว่า "เทพเจ้าผู้ปกปักรักษา"  

ภูเขาสี่ดรุณี คือ เป้าหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวสายรักเขาจากทั่วโลกต่างปักหมุดไว้ว่า “สักครั้งในชีวิตต้องมาเห็นด้วยตา สัมผัสด้วยใจ” สำหรับคนเอเชียแล้ว ที่นี่งดงามยิ่งใหญ่ไม่แพ้เขาทิสลิต หรือจุงเฟราแห่งสวิสเซอร์แลนด์เลย หรือ แม้แต่เทือกเขาแอลป์ก็ตาม จนได้รับการขนานนามจากผู้มาเยือนว่า ภูเขาสี่ดรุณี คือ ภูเขาแอลป์แห่งดินแดนตะวันออก อีกทั้งธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ แม่น้ำ ลำธาร ต้นไม้ ทุ่งหญ้าอันงดงาม  จึงเป็นจุดดึงดูดผู้คนให้ได้มาสัมผัสกับความงามระดับโลกแห่งนี้

ภูเขาสี่ดรุณี ตั้งอยู่ใน อุทยานฉางผิง เขตปกครองตนเองอาป้า มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ซึ่งห่างจากนครเฉิงตูประมาณ 220 กิโลเมตร  โดย อุทยานฉางผิง มีเนื้อที่กว่า 2,000 ตร.ก.ม. มีชนกลุ่มน้อยหลายเชื้อชาติอยู่ตามหุบเขาและลำธารน้อยใหญ่ เช่น เชื้อชาติทิเบต ยี่ เมี่ยว หุย เซียง
 


 

การเดินทางเข้าไปชม เขาสี่ดรุณีต้องมีค่าเข้า ซึ่งก็จะไปรวมกับค่ารถบัส (แบบรถเมล์ยุโรป..สีเขียว) ซึ่งต้องเดินทางเข้าไปอีก 35 กม. หรือ 45 นาที โดยประมาณ รถจะนำเราเข้าไปจอดจุดสูงสุดก่อน นั่นก็คือจุดวิวยอดเขา สี่ดรุณี แล้วค่อยๆเที่ลงมาเรื่อยๆ อี 6-7 จุด (เรามีเวลาครึ่งวันเที่วได้ 3 จุดไฮไลท์ ก่อนอุทยานจะปิด

 

แผนที่เที่ยวในอุทยาน




จุดชมวิวเขาสี่ดรุณี




ตำนานที่มาของชื่อ “สี่ดรุณี หรือ ซื่อกูเหนี่ยงซาน ( 四姑娘山 ) สาวงามแห่งเสฉวน
ซื่อ 四 แปลว่า สี่ 
กูเหนี่ยง 姑娘 แปลว่า หญิงสาว
ซาน 山 แปลว่า ภูเขา

ใกล้กับภูเขาสี่ดรุณี จะมีหมู่บ้านชาวทิเบตที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น ได้มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาอย่างยาวนานของโศกนาฏกรรมความรักความผูกพันของสี่สาวพี่น้อง ที่แม้แต่ความตายก็มิสามารถพลัดพรากพวกเธอให้จากกันไปได้ 

เรื่องเล่านั้นมีอยู่ว่า....นานมาแล้ว ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ได้มีหญิงสาว 4 คน ซึ่งเป็นพี่น้องกัน หญิงสาวทั้งสี่มีหน้าตาผิวพรรณงดงามเกินกว่าหญิงใดบนโลกนี้จะทัดเทียมได้ จนผู้คนที่พบเห็น ต่างพากันร่ำลือ และในที่สุดความงามของนาง ก็ได้ระบือไปไกลถึงดินแดนทางตอนเหนืออันห่างไกล 

ดินแดนซึ่งมียักษ์ตนหนึ่งอาศัยอยู่เพียงลำพัง ด้วยความเหงา และว้าเหว่สุดหัวใจ ยักษ์ตนนั้นจึงได้ตัดสินใจเดินทางมาขอหญิงสาวทั้งสี่กับบิดาของนางเพื่อไปเป็นภรรยา แต่บิดาของหญิงสาวทั้งสี่ได้ปฏิเสธ จึงทำให้ยักษ์ตนนั้นพิโรธ และต่อสู้กับบิดาของหญิงสาวด้วยเวทย์มนต์คาถา ก่อให้เกิดภูเขาสูงชันมากมาย สภาพหมู่บ้านนั้นจึงเปลี่ยนไปตลอดกาล และแล้วบิดาของหญิงสาวก็ได้พ่ายแพ้ให้แก่ยักษ์ตนนั้น และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

เมื่อไร้ที่พึ่งพิง หญิงสาวทั้งสี่จึงพากันหนีเข้าป่าไปด้วยความหวาดกลัว แต่แล้วยักษ์ก็ตามไปทัน หญิงสาวทั้งสี่อ่อนล้าสิ้นแรงเกินจะหนีได้อีกต่อไป จึงอธิษฐานว่า “ขอให้เราสี่พี่น้อง อย่าได้ตกเป็นภรรยาของยักษ์ผู้ฆ่าบิดาของพวกเราเลย และขอให้เราสี่พี่น้องได้อยู่เคียงกัน ถึงแม้ความตายก็มิสามารถพลัดพรากให้เราจากกันไปได้” ทันใดนั้นก็เกิดพายุใหญ่หอบนางทั้งสี่มาบริเวณภูเขา และพายุก็พัดเอาหิมะมาเกาะ ปกคลุมตัวนางจนแข็งตาย จนเกิดเป็นภูเขา 4 ลูกเรียงต่อกัน และมีหิมะปกคลุมขาวโพลนตลอดทั้งปี ราวกับเจ้าหญิงที่มีผ้าคลุมอันขาวบริสุทธิ์งดงาม

ผู้คนจึงขนานนามว่า ภูเขาสี่ดรุณี หรือ ซื่อกูเหนี่ยงซาน


ที่มา : https://biggestjoy.com

 


 

บนยอดเขาทั้ง 4 ลูกนี้ มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ทำให้ดูเหมือนหญิงสาว 4 คนที่ศีรษะมีผ้าคลุมสีขาว จึงเป็นที่มาของชื่อ “ภูเขาสี่ดรุณี” ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำ ฉางผิงโกว และ ไห่จื่อโกว และยอดเขาทั้ง 4 ลูก มีชื่อเรียกและความสูง ดังนี้
1. พี่สาวคนโต : ต้ากูเหนียงเฟิง (大姑娘峰) ความสูงจากระดับน้ำทะเล 5,355 เมตร
2. พี่สาวคนรอง : เอ้อกูเหนียงเฟิง (二姑娘峰) ความสูงจากระดับน้ำทะเล 5,454 เมตร
3. พี่สาวคนกลาง : ซานกูเหนียงเฟิง (三姑娘峰) ความสูงจากระดับน้ำทะเล 5,664 เมตร
4. น้องสาวคนเล็ก : เหยาเหนียงเฟิง (幺妹峰) ความสูงจากระดับน้ำทะเล 6,250 เมตร
 





Sigunianshan View Point.



Sigunianshan View Point.


6666




 

จากจุดชมวิวเขาสี่ดรุณี เรานั่งบัสสีเขียวของทางอุทยานลงมาที่ Potala Peak ซึ่งจุดชมวิวและถ่ายภาพสวยงามไม่แพ้ด้านบนเช่นกัน รวมทั้งลำธารใสเย็น (แต่ไม่เห็นตัวปลาแฮะ) .... Potala Peak จุดชมวิวภูเขาหิมะ 360° จุดฮิตถ่ายรูปบนถนนของคนจีน จุดที่เราเห็นคนจีนนั่งถ่ายรูปบนถนนในอุทยานบ่อยๆตามคลิป คือจุดนี้เลย เป็นแลนด์มาร์คนึงที่บอกว่าฉันมาถึงสี่ดรุณีแล้วนะ












เจดีย์แบบทิเบต















รถบัสแบบ Hop on - Hop off (ขึ้นและลงได้ตลอด)

.......
 
 


จุดชสวิวที่ 3 เราในวันนี้คือ Sigu Nacuo (ซิกู นาคูโอ)  ... วึ่งมีเทอเรซให้ยืนชมวิว และถ่ายภาพผ่านทะเลสาบ ... Sigu Nacuo (ระดับความสูง 3,588 ม.) ตรงนี้จะเป็นสะพานไม้ที่สามารถเดินรอบทะเลสาบได้ (ใช้เวลา 10-30 นาที) ถ้าฟ้าเปิดอากาศดีจะมองเห็นภาพสะท้อนของภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะและต้นไม้ที่ตายแล้ว

 






​​​​​​เราเที่ยวได้ 3 จุด ก็ถึงเวลาที่ทางอุทยานจะปิดแล้ว เราต้องรีบออกไปที่ทางเข้าให้ทัน 4 โมงเย็น ก่อนที่เขาจะปิด ... ออกจากอุทยานแล้วเดินเท้าไปที่พักซึ่งอยู่ด้านหน้านี่เอง คือ Jinlinlou Hotel ซึ่งก็ดูดีนะ ที่นี่เราทานอาหารเที่ยง เย็น และเช้า อุณหภูมิ วันนี้ติดลบ ครับ ... เตรียมพลังเพื่อไปลุย อุทยานปี้เผิงโกว ในวันพรุ่งนี้คับ.

ที่พัก & อาหารการกิน ... สำหรับการเดินทางในเฉิงตูกับ Quality Express ในครั้งนี้ ที่พักเราอยู่ระดับเดียวกับ Holiday Inn หรือประมาณ 4 ดาว ซึ่งถือว่าโอเคทุกที่ จะแตกต่างกันเล็กน้อย ส่วนเรื่องอาหาร ก็มาตรฐานจีนเขานั่นแหละ ... อาหารเช้าก็จะเป็นแบบ Asia หรือ China เป็นส่วนใหญ่ (เน้นข้าว ข้าวผัด ข้าวต้ม ขนมแป้งแบบจีน เป็นต้น)... อาหารตะวันตกมีน้อย เห็นมีแต่โรงแรมในเฉิงตู เช่นที่ Holiday Inn และ Mijin Hotel เท่านั้น เครื่องดื่มเช้าๆ ก็เป็นพวกกาแฟจีน และชา ส่วนกาแฟแบบที่เราชอบคือ Americano หรือ Black coffee ถ้าพ้นจาก 2 โรงแรมที่กล่าวแล้วก็ต้องอาศัยหัวหน้าทัวร์ซึ่งก็บริการดีครับ.


 

อาหารเที่ยงและเย็น โดยทั่วไปประมาณนี้ ... แตกต่างกันเล็กน้อยในบางมื้อ
 

ส่วนอาหารเที่ยงและเย็นในทริปนี้ก็จะคล้ายๆกันทุกที่ เช่นผัดผัก ไก่ เป็ด หมู ส่นของหวานก็ เช่น แตงโมง ส้ม ซึ่งโดยรวมก็ถือว่าในระดับดีนะครับ เขาจัดเป็นโต๊ะจีน อาหาร 8-10 อย่างเลยล่ะ ทานกันแบบเหลือๆทุกมื้อ ส่วนรสชาดอาหาร ก็จะออกไปทางมันๆนิดหนึ่ง มีเผ็ดพอประมาณ (เขตอาป้า อากาศหนาวเขาเลยทานอาหารออกมันๆเพื่อสะสมไว้สู้ความหนาว)  การรัปทานอาหารโดยทั่วไปเขาใช้ตะเกียบกัน (ถ้าท่านใดไม่ถนัดก็คงต้องเตรียมอุปกรณไปนะครับ) ....

ขอบคุณที่ติดตาม พบกันในบล๊อก "ปี้เผิงโกว" ครับ

 


Jinlinlou Hotel ... อยู่หน้าอุทยาน


_________________